วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

ความประทับใจจากการไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิชัย จ.สงขลา











ได้ไปบรรยายและอบรมเรื่องการใช้และการให้บริการ E-Book, E-Journal, Database
ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิชัย มีความประทับใจอาจารย์และบรรณารักษ์ที่มาฟังบรรยายทุกคน ยิ่งอาจารย์ที่ติดต่อประสานงานการจัดการสัมมนามีการดูแลวิทยากรเป็นอย่างดีรู้สึกดีใจและประทับใจจริง ๆ ระหว่างวันที่ 12 - 13 พฤษภาคม 2550 ณ ห้องราชมังคลา โรงแรมราชมังคัลพาวีเลี่ยนบีช รีสอร์ท จังหวัดสงขลา




ภาพบรรยากาศระหว่างฟังบรรยาย

วิทยากรผู้บรรยายมีทั้งหมด 4 ท่านประกอบด้วย รศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน, ดร.อภิรดี อำนรรฆมณี, อาจารย์ประภัสสร สาระนาค และอาจารย์ทิพย์สุดา ตลับทอง




ภาพวิทยากรทั้ง 4 ท่าน ระหว่างกำลังบรรยาย

โคลนนิ่งแบบสบายๆ กับ Norton Ghost

ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม Norton Ghost ก็สามารถสำรองข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ทั้งตัวหรือเฉพาะพาร์ทิชันได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่มีแผ่นฟลอปปี้ดิสก์เท่านั้นไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม Norton Ghost ก็สามารถสำรองข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ทั้งตัวหรือเฉพาะพาร์ทิชันได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่มีแผ่นฟลอปปี้ดิสก์เท่านั้น เป็นทราบกันดีอยู่แล้วว่า
Norton Ghost คือโปรแกรมสำหรับสำรองข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ทั้งตัวหรือเฉพาะพาร์ทิชันก็ได้ ยามใดที่วินโดวส์หรือโปรแกรมมีปัญหา ก็สามารถนำไฟล์อิมเมจที่สร้างไว้โดย Norton Ghost นำกลับมาติดตั้งให้เหมือนเดิม ช่วยลดเวลาและขั้นตอนการติดตั้งวินโดวส์และโปรแกรมต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
มีฮาร์ดดิสก์ 1 ตัว ฟอร์แมตเป็น FAT32 แบ่งพาร์ทิชันไว้ 2 พาร์ทิชัน ซึ่งในระบบปฏิบัติการดอสและวินโดวส์จะมองเป็นไดรฟ์ C: กับ D: บนไดรฟ์ C: จะติดตั้งวินโดวส์และโปรแกรมต่างๆ ส่วนไดรฟ์ D: มีไว้เก็บข้อมูลโดยเฉพาะ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะไม่เอาไว้บนไดรฟ์ C: เพราะหากวินโดวส์เสียก็จะเข้าไปแก้ไขได้ลำบาก และข้อมูลมีโอกาสสูญหายได้ถ้าเก็บไว้ไดรฟ์ C: เมื่อได้ติดตั้งวินโดวส์และโปรแกรมต่างๆ ลงบนไดรฟ์ C: แล้ว จะใช้ Norton Ghost สำรองข้อมูลบนไดรฟ์ C: ให้เป็นไฟล์อิมเมจ แล้วนำไฟล์อิมเมจนี้เก็บไว้ในไดรฟ์ D: วันใดที่วินโดวส์เสียหรือโปรแกรมอื่นๆ มีปัญหา ก็นำไฟล์อิมเมจจากไดรฟ์ D: มาติดตั้งทับลงไป ซึ่งตอนที่นำไฟล์อิมเมจมาติดตั้งทับลงไปบนไดรฟ์ C: จะใช้แผ่นฟลอปปี้ดิสก์บูตเครื่อง และเรียกไฟล์ ghost.exe ซึ่งเป็นไฟล์โปรแกรม Norton Ghost มาใช้เพียงไฟล์เดียวเท่านั้น จากนั้นทำตามขั้นตอนในโปรแกรม Norton Ghost
เตรียมแผ่นบูต ขั้นแรกต้องเตรียมแผ่นบูตก่อน จะสร้างแผ่นบูตจากวินโดวส์ 98/Me หรือ XP ก็ได้ ถ้าเป็นวินโดวส์ 98/ME ก็จะได้คำสั่งต่างๆ ไว้ใช้ด้วย เช่น คำสั่ง Format เอาไว้ฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ โดยเปิด Control Panel ดับเบิลคลิ้กไอคอน Add/Remove Programs เลือกแถบ Startup Disk คลิ้กปุ่ม Create Disk ใส่แผ่นฟลอปปี้ดิสก์ลงไป คลิกปุ่ม OK (ดังรูปที่ 1)

รูปที่ 1
รอจนกว่าวินโดวส์สร้างแผ่นบูตเสร็จ แต่ถ้าเป็นวินโดวส์เอ็กซ์พีก็สามารถทำแผ่นบูตได้ แต่จะไม่มีคำสั่งต่างๆ เหมือนกับแผ่นบูตที่สร้างจากวินโดวส์ 98/Me เพียงแค่บูตได้เท่านั้น ให้เปิด My Computer แล้วคลิ้กขวาที่ไอคอนไดรฟ์ A: เลือก Format... คลิ้กถูกในช่อง Create an MS-DOS startup disk คลิ้กปุ่ม Start จากนั้นวินโดวส์เอ็กซ์พีจะสร้างแผ่นบูตให้ (ดังรูปที่ 2)



รูปที่ 2

เตรียมไฟล์ Ghostไฟล์สำคัญที่ต้องหามาใช้คือ ghost.exe ไฟล์ตัวนี้จะพบได้หลังจากติดตั้งโปรแกรม Norton Ghost 2003 ลงบนวินโดวส์แล้ว ซึ่งอยู่ที่ C:Program FilesSymantecNorton Ghost 2003 แต่ถ้าไม่มีแผ่นโปรแกรม Norton Ghost 2003 ลองหาจากอินเทอร์เน็ตดูนะครับ จากนั้นให้สร้างโฟลเดอร์บนไดรฟ์ D: ขึ้นมา 1 โฟลเดอร์ แล้วก๊อบปี้ไฟล์ ghost.exe ไปไว้ในโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นบนไดรฟ์ D: (ดังรูปที่ 3)


รูปที่ 3

หลังจากนั้นก็ถอนโปรแกรม Norton Ghost 2003 ที่ติดตั้งไว้บนวินโดวส์ออกได้เลย สำรองพาร์ทิชันเป็นไฟล์อิมเมจในการสำรองข้อมูลบนไดรฟ์ C: ให้เป็นไฟล์อิมเมจ แล้วเก็บไว้ในไดรฟ์ D: นั้น ก่อนอื่นควรสำรวจเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์บนไดรฟ์ D: จะต้องมีเนื้อที่เหลือเพียงพอสำหรับเก็บไฟล์อิมเมจ ส่วนไฟล์อิมเมจจะมีขนาดมากแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับตัววินโดวส์และโปรแกรมอื่นๆ ที่ติดตั้งบนไดรฟ์ C: หากติดตั้งโปรแกรมลงไปมาก ไฟล์อิมเมจก็จะใหญ่ตามไปด้วย และหลังจากติดตั้งวินโดวส์กับโปรแกรมต่างๆ บนไดรฟ์ C: แล้ว ควรตรวจเช็กความเรียบร้อยรวมถึงสแกนไวรัสสักครั้งหนึ่ง สุดท้ายจบด้วยการทำ Defrag ไฟล์บนไดรฟ์ C: ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นวิธีการทำไฟล์อิมเมจจากไดรฟ์ C: ไปเก็บไว้ในไดรฟ์ D: ใส่แผ่นฟลอปปี้ดิสก์แล้วเปิดคอมพิวเตอร์ให้บูตจากแผ่นจนมาหยุดอยู่ที่ A: ต่อมาพิมพ์คำสั่ง D: กดปุ่ม Enter เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งไปยังไดรฟ์ D: แล้วตามด้วยคำสั่ง cd master กดปุ่ม Enter (master เป็นชื่อโฟลเดอร์ที่สร้างไว้ในไดรฟ์ D: หากตั้งชื่ออื่นก็ให้เปลี่ยนไปตามชื่อที่ตั้ง) และเมื่อเข้าไปในไดเรกทอรีหรือโฟลเดอร์นั้นแล้ว พิมพ์คำสั่ง ghost กดปุ่ม Enter เพื่อเรียกโปรแกรม Norton Ghost ขึ้นมาทำงาน (ดังรูปที่ 4)



รูปที่ 4
จะพบกับโปรแกรม Norton Ghost ถ้ามีกรอบเกี่ยวกับโปรแกรมแสดงขึ้นมา ให้กดปุ่ม Enter ผ่านไป จากนั้นใช้ปุ่มศรเลื่อนไปเมนู Local > Partition > To Image เมื่อถึงเมนู To Image ให้กดปุ่ม Enter เพื่อสร้างไฟล์อิมเมจจากพาร์ทิชัน (ดังรูปที่ 5)

รูปที่ 5
เลือกฮาร์ดดิสก์ที่ต้องการ ถ้ามีฮาร์ดดิสก์มากกว่า 1 ตัว จะมีฮาร์ดดิสก์ให้เลือกโดยใช้ปุ่ม Tab เพื่อเลื่อนตำแหน่งไปยังฮาร์ดดิสก์ตัวอื่น แต่ตัวอย่างนี้มีฮาร์ดดิสก์ตัวเดียว ให้กดปุ่ม Enter เพื่อเลือกฮาร์ดดิสก์ได้เลย (ดังรูปที่ 6)




รูปที่ 6

จากนั้นเลือกพาร์ทิชันที่ต้องการทำไฟล์อิมเมจ ในที่นี้มีอยู่ 2 พาร์ทิชัน คือ C: กับ D: ให้เลือกพาร์ทิชันที่ 1 โดยใช้ปุ่ม Tab ให้ตำแหน่งมาอยู่ที่พาร์ทิชันที่ 1 แล้วกดปุ่ม Enter (ดังรูปที่ 7)

รูปที่ 7

ต่อมาเลือกไปยังไดรฟ์ D: ในช่อง Look in: และเข้าไปในโฟลเดอร์ที่สร้างไว้ โดยใช้ปุ่ม Tab กับ Enter จากนั้นเลื่อนไปยังช่อง File name: แล้วตั้งชื่อไฟล์อิมเมจ และเลื่อนไปยังปุ่ม Save แล้วกดปุ่ม Enter (ดังรูปที่ 8)



รูปที่ 8

โปรแกรมจะถามถึงระดับของการบีบอัดข้อมูล เริ่มต้นที่ No จะไม่มีการบีบข้อมูล Fast กับ High จะบีบปานกลางจนถึงมากตามลำดับ ให้เลือกการบีบข้อมูลตามต้องการ จากนั้นโปรแกรมจะถามยืนยันอีกครั้ง ให้เลื่อนไปที่ Yes กดปุ่ม Enter (ดังรูปที่ 9)


รูปที่ 9

โปรแกรมจะเริ่มสร้างไฟล์อิมเมจจากไดรฟ์ C: รอจนกว่าจะดำเนินการเสร็จ (ดังรูปที่ 10) แล้วจะได้ไฟล์อิมเมจไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่สร้างไว้บนไดรฟ์ D: ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการสร้างไฟล์อิมเมจหรือสำรองข้อมูลทั้งพาร์ทิชันแล้ว สามารถออกจากโปรแกรมได้ทันทีโดยเลื่อนเมนูไปที่ Quit


รูปที่ 10


วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2550

การใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลสิทธิบัตร ในการวิจัยพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี

เรื่องที่จะกล่าวนี้ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ในอันที่จะพัฒนายกระดับเทคโนโลยี และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก เนื่องจากเป็นแหล่งทรัพยากรความรู้สำคัญของโลกที่สะสมกันมานานกว่า 200 ปี ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุด ที่เรายังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์เท่าที่ควร
รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาประเทศสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ ให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้ความรู้ในการทำมาหากินและประกอบกิจการ โลกสมัยใหม่แข่งขันกันด้วยความรู้ ด้วยเทคโนโลยี ประเทศที่พัฒนาได้เร็ว แข่งขันได้ ต้องมีฐานความรู้ที่เข้มแข็ง บริษัทยุคใหม่มีพนักงานไม่กี่พันคนสามารถทำรายได้มากกว่าหลายๆ ประเทศรวมกัน
เอกสารสิทธิบัตร เป็นทรัพย์สินอุตสาหกรรม ที่ได้เปิดเผยรายละเอียดกรรมวิธีการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมทุกสาขา ทั่วโลก เป็นคลังเทคโนโลยีสำคัญของโลก ที่ได้สะสมมานานกว่า 200 ปี ที่สำคัญ คือ มีความทันสมัยมากที่สุด ทันสมัยกว่าเทคโนโลยีในวารสารทางวิชาการ ( Journal) 1-3 ปี
เมื่อนักประดิษฐ์ค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะยื่นขอรับสิทธิบัตรเพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ เป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญารับจดทะเบียน สำหรับสิทธิบัตรกฎหมายไทยให้การคุ้มครอง 20 ปี นับจากวันยื่นขอรับสิทธิบัตร

คุณสมบัติของการประดิษฐ์ที่จะพิจารณารับจดทะเบียนสิทธิบัตร มีดังนี้
• เป็นการประดิษฐ์ใหม่ จะต้องไม่เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้ว โดยไม่เป็นการประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร ไม่เปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ที่ได้เผยแพร่อยู่แล้วไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรก่อนวันขอรับสิทธิบัตร
• เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น เป็นการประดิษฐ์ที่ไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่ายแก่บุคคลที่มีความชำนาญระดับสามัญในงานประเภทนั้นๆ อันอาจหมายถึงการประดิษฐ์ที่มิได้เกิดจากการพัฒนาตามวิถีทางที่ควรเป็นตามแบบแผนทั่วไปก็ได้ โดยพิจารณาว่า การประดิษฐ์ที่ยื่นขอรับสิทธิบัตรนั้น เป็นการใช้แนวคิดเพื่อแก้ไขปัญหา หรือข้อบกพร่องที่มีอยู่ในงานที่ปรากฏอยู่แล้วหรือไม่อย่างไร หากการแก้ไขปัญหานั้นต้องอาศัยเทคนิคในการคิดเพื่อประดิษฐ์สิ่งใหม่ขึ้น แล้วถือว่าเป็นลักษณะที่ไม่ประจักษ์โดยง่าย หรือมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น แต่ถ้าหากว่าเป็นการประดิษฐ์เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีลักษณะเป็นการประดิษฐ์แบบพื้นหรือเห็นได้โดยชัดเจนทั่วไป ก็ถือว่าเป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประจักษ์ได้โดยง่าย นอกจากนี้ หากปรากฏข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์บางอย่างก็ถือได้ว่า เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น เช่น การประดิษฐ์ที่ทำให้เกิดผลแตกต่างไปจากเดิม โดยไม่เป็นที่คาดหวังมากก่อน การประดิษฐ์ที่เป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่มีผู้ใดแก้ไขได้มาช้านาน
• เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรมได้
กฎหมายไทย แบ่งสิทธิบัตรเป็น 2 ประเภท คือ สิทธิบัตรการประดิษฐ์ และสิทธิบัตรการออกแบบ โดยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ให้การคุ้มครอง 1. ผลิตภัณฑ์ใหม่ 2. กรรมวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ และ 3. การใช้งานใหม่ ขณะที่สิทธิบัตรการออกแบบ ให้การคุ้มครองการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้แก่ รูปร่าง รูปทรง ลวดลาย สีสันของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
เมื่อนักประดิษฐ์ยื่นขอรับการคุ้มครองการประดิษฐ์ ก็ต้องเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์ รัดกุม และชัดแจ้ง อันจะทำให้ผู้มีความชำนาญในระดับสามัญในศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์ สามารถทำและปฏิบัติตามการประดิษฐ์นั้นได้

โดยรายละเอียดการประดิษฐ์ในเอกสารสิทธิบัตรประกอบด้วย
1. ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์
2. ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์ บรรยายถึงจุดมุ่งหมายของการประดิษฐ์ และลักษณะการประดิษฐ์โดยย่อ
3. สาขาวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์
4. ภูมิหลังของศิลปวิทยาการที่เกี่ยวข้อง ( Background of invention) ซึ่งบรรยายถึงภูมิหลังของการประดิษฐ์ งานที่ปรากฏอยู่แล้วมีอะไรบ้าง ก่อนประดิษฐ์นี้ได้มีใครเปิดเผยอะไรไว้แล้วบ้าง มีปัญหาทางเทคนิคอะไรที่ต้องแก้ไข
5. การเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์ (Disclosure of invention) ซึ่งบรรยายถึงการประดิษฐ์นั้น ว่าค้นพบอะไร สามารถแก้ปัญหาทางเทคนิคอะไร มีวิธีการประดิษฐ์อย่างไร มีรูปเขียน หรือตัวอย่างการทดลองอย่างไร โดยต้องอธิบายให้เข้าใจและสามารถทำตามอย่างได้
6. วิธีในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด
7. ข้อถือสิทธิ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประดิษฐ์ ซึ่งระบุว่าผู้ประดิษฐ์จะได้รับการคุ้มครองอะไร ขอบเขตการคุ้มครอง กว้างขวางมากน้อยเพียงไร มีขอบเขตการคุ้มครองโดยชัดแจ้ง รัดกุม

สืบค้นเทคโนโลยีการผลิตสินค้าทุกชนิดทั่วโลกได้ฟรี 30 ล้านรายการ
ปัจจุบันเราสามารถสืบค้นเอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ หลายสิบประเทศ จำนวนกว่า 30 ล้านรายการ ได้ฟรี ทางอินเตอร์เนต ภายในเวลา 2-3 นาที จากฐานข้อมูลของสำนักงานสิทธิบัตรยุโรปที่ http://gb.espacenet.com โดยสามารถค้นหลายๆ ประเทศพร้อมกัน จากฐานข้อมูลที่มีอยู่จำนวน 30 ล้านรายการ โดยการสั่งสืบค้นเพียงครั้งเดียว ( single search)

แหล่งสืบค้นเทคโนโลยีสำคัญๆ จากเอกสารสิทธิบัตร
นอกจากฐานข้อมูลของสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป เราสามารถสืบค้นเอกสารสิทธิบัตรจากฐานข้อมูลสิทธิบัตรของสำนักงานสิทธิบัตรของประเทศต่างๆ ที่สำคัญๆ ได้แก่ สิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา สืบค้นได้ ที่
www.uspto.gov , สิทธิบัตรญี่ปุ่นสืบค้นได้ที่ www.jpo.go.jp, องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลกที่ http://ipdl.wipo.int , และสิทธิบัตรไทยที่ www.ipic.moc.go.th หรือที่ www.ipthailand.org ซึ่งเป็นเวบไซด์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาที่ควรทราบจำนวนมาก ได้แก่ สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า การแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน เป็นต้น

คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง สิทธิบัตรกับลิขสิทธิ์ ทำให้เสียโอกาส
ลิขสิทธิ์ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาด้านศิลปกรรม การเขียนหนังสือ ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ สื่อบันทึกภาพ สื่อบันทึกเสียง เช่น เพลง ภาพยนตร์ CD งานประเภทนี้ เจ้าของผลงานได้ลิขสิทธิ์คุ้มครองทั่วโลกโดยไม่ต้องยื่นขอ ชาวต่างประเทศจึงได้สิทธิคุ้มครองสำหรับผลงานอันมีลิขสิทธ์ในไทยโดยไม่ต้องยื่นขอ การทำซ้ำผลงานที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ขออนุญาตจึงผิดกฎหมาย และไทยได้ตามจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และละเมิดเครื่องหมายการค้ามาโดยตลอด การละเมิดสิทธิบัตรไทยขณะนี้มีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับลิขสิทธิ์

เอกสารสิทธิบัตรต่างประเทศสามารถมาใช้ผลิตสินค้าได้โดยไม่ผิดกฎหมายและไม่ผิดมรรยาทระหว่างประเทศ
ข่าวดี ที่สำคัญ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ แบบก้าวกระโดด คือ เราสามารถนำเทคโนโลยีจากเอกสารสิทธิบัตร ที่ไม่ได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรในประเทศไทย หรือไม่ได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรในประเทศใดๆ มาใช้ผลิตสินค้าและหรือจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ได้โดยไม่ผิดกฎหมายไทย และไม่ผิดกฎหมายของประเทศใดๆ นั้นได้ ทั้งยังไม่ผิดมรรยาทระหว่างประเทศ ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ที่เรียกว่า อนุสัญญาปารีส ( Paris convention)
ระบบสิทธิบัตรได้ออกแบบมาเพื่อให้คนส่วนใหญ่ของโลกได้ประโยชน์ ต้องการจูงใจให้มีการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ แลกกับการให้สิทธิคุ้มครองเป็นระยะเวลาหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ต้องการให้มีการนำผลงานประดิษฐ์ไปใช้อย่างกว้างขวางและแพร่หลาย จึงให้สิทธิคุ้มครองการประดิษฐ์เป็นรายประเทศ ตามกำลังความสามารถและความสนใจขอผู้ขอรับสิทธิการคุ้มครอง เพื่อไม่ให้มีการถือสิทธิครอบครองไว้โดยไม่นำสิทธิที่ได้รับมาทำประโยชน์ อันจะเป็นการกีดกันผู้อื่นๆ ไม่ให้เข้ามาใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
เมื่อเจ้าของสิ่งประดิษฐ์ได้มีการยื่นขอรับสิทธิบัตร ณ สำนักงานสิทธิบัตรของประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว ( priority date) หากต้องการขอรับสิทธิคุ้มครองในประเทศอื่นๆ จะต้องยื่นขอรับสิทธิบัตรในประเทศที่ต้องการขอรับสิทธิคุ้มครองอื่นๆ ภายในระยะเวลา 1 ปี นั้นจากวันยื่นขอรับสิทธิบัตรในประเทศแรก หากไม่ยื่นภายในระยะเวลา 1 ปี ถือว่าสละสิทธิขอรับการคุ้มครอง การประดิษฐ์นั้นๆ จะเป็นสิทธิสาธารณะที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในประเทศที่ไม่ได้ยื่นขอรับสิทธิบัตรเรื่องนั้นๆ ปกติเอกสารสิทธิบัตรที่ได้ประกาศโฆษณาและสามารถทำการตรวจค้นได้ ส่วนใหญ่มีอายุเกิน 1 ปีแล้วนับจากวันยื่นครั้งแรกในประเทศใดประเทศหนึ่ง

**ที่มา : ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ พรวิสาข์ บุญยงค์ และกัษมาพร ปัญต๊ะบุตร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ **
อ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.toryod.com/patentUseRD.php